/

/

รายละเอียดบทความ

รายละเอียดบทความ

วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ฉบับมือใหม่ เทียบความเค็มให้เป๊ะก่อนซื้อ

วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ฉบับมือใหม่ เทียบความเค็มให้เป๊ะก่อนซื้อ

วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ฉบับมือใหม่ เทียบความเค็มให้เป๊ะก่อนซื้อ

เมื่อสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เผยแพร่ข้อมูล Sodium Benchmark (กรกฎาคม 2569) ซึ่งจัดให้กลุ่ม ซอสและเครื่องปรุงรส เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ที่คนไทยควรเร่งลดปริมาณโซเดียมลง หลายคนจึงเริ่มหันมาพลิกหลังขวดเพื่อมองหาตัวเลขที่ดีกว่าเดิม

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ความผิดพลาดส่วนใหญ่ในการคุมความเค็ม ไม่ได้มาจากการที่ฉลากหลอกผู้บริโภค แต่มาจาก "การเทียบตัวเลขผิดฐาน" เพราะ วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ของเครื่องปรุงนั้นมีทริคเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ บทความนี้จะพาคุณไปสวมวิญญาณนักสืบโภชนาการ เพื่อเลือก เครื่องปรุงลดโซเดียม ให้ได้สุขภาพดีกลับไปจริง ๆ โดยไม่โดนตัวเลขสับขาหลอก


เริ่มอ่านจากหนึ่งหน่วยบริโภค


นี่คือสเต็ปแรกของ วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ที่คนพลาดบ่อยที่สุด! ก่อนจะไปดูว่าโซเดียมมีกี่มิลลิกรัม เราต้องหาคำว่า "หนึ่งหน่วยบริโภค" ให้เจอก่อน

กับดักของเครื่องปรุงคือ แต่ละยี่ห้ออาจใช้ฐานไม่เท่ากัน บางยี่ห้อระบุว่า 1 หน่วยบริโภค = 1 ช้อนโต๊ะ (15 มล.) แต่บางยี่ห้ออาจระบุแค่ 1 ช้อนชา (5 มล.) ซึ่งต่างกันถึง 3 เท่า หากคุณอ่านแค่ตัวเลขโซเดียมแล้วเห็นว่ายี่ห้อหลังต่ำกว่า ทั้งที่เวลาทำกับข้าวคุณตักใส่ 1 ช้อนโต๊ะเท่ากัน คุณจะได้รับโซเดียมเข้าไปมากกว่าที่คิดถึง 3 เท่า


ดูโซเดียมตรงไหน?


วิธีอ่านฉลากโภชนาการว่าดูโซเดียมตรงไหน


เมื่อทราบหน่วยบริโภคแล้ว ให้เลื่อนสายตาลงมาที่รายการ "โซเดียม (Sodium)" คุณจะพบตัวเลข 2 แบบ คือ "มิลลิกรัม (มก.)" และ "ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (%)"

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ (%) นี้คิดจากค่าอ้างอิง Thai RDI ที่แนะนำให้คนไทยรับโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก. ต่อวัน เราสามารถใช้ % เป็นทางลัดได้เลย เช่น ถ้าเครื่องปรุง 1 ช้อนระบุว่ามีโซเดียม 40% แปลว่าถ้าคุณเผลอใส่ไป 2 ช้อนครึ่ง โควตาความเค็มของคุณในวันนั้นจะหมดเกลี้ยงทันที

(Tip: ปัจจุบัน อย. มีการปรับปรุงกฎหมายฉลากโภชนาการใหม่ (บังคับใช้ ก.ค. 2567 และผ่อนผันถึง ก.ค. 2570) ดังนั้นในช่วงนี้เราอาจจะเห็นรูปแบบฉลากทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ปะปนกันบนชั้นวาง แต่หลักการอ่านค่าโซเดียมยังคงเหมือนเดิม)


ต่อหนึ่งหน่วยกับต่อทั้งขวดต่างกันอย่างไร ?


เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณกัน

ตัวอย่างการเทียบโซเดียม (เทียบต่อ 100 มล.)

·   ยี่ห้อ A: ระบุโซเดียม 400 มก. (ต่อ 1 ช้อนชา หรือ 5 มล.)

·   ยี่ห้อ B: ระบุโซเดียม 900 มก. (ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 15 มล.)

มองเผิน ๆ เหมือนยี่ห้อ A จะโซเดียมน้อยกว่าใช่ไหม? แต่ถ้าเราปรับให้เท่ากันโดยใช้สูตร: (โซเดียม ÷ มล. ของหน่วยบริโภค) × 100

  • ยี่ห้อ A จะมีโซเดียม = 8,000 มก. ต่อ 100 มล.

  • ยี่ห้อ B จะมีโซเดียม = 6,000 มก. ต่อ 100 มล.

สรุปคือ ยี่ห้อ B มีโซเดียมน้อยกว่า ส่วนตัวเลข "จำนวนหน่วยบริโภคต่อขวด" มีไว้เพื่อบอกโควตาว่าขวดนี้ควรใช้ได้กี่วัน เช่น ถ้า 1 ขวดมี 30 หน่วยบริโภค นั่นหมายความว่าถ้าคุณใช้คนเดียว ขวดนี้ควรอยู่ได้เป็นเดือน ไม่ใช่หมดภายใน 1 สัปดาห์


เปอร์เซ็นต์ลดโซเดียมต้องมีฐานเปรียบเทียบอย่างไร ?


ตามเกณฑ์ของ อย. คำว่า "ลด" จะต้องลดลงอย่างน้อย 25% เมื่อเทียบกับสูตรปกติ แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพียงเพราะเห็นตัวเลข % สูง ๆ ให้ลองตั้งคำถามก่อนว่า ลดจากอะไร?

กับดัก % ลดโซเดียม

  • ยี่ห้อ X: สูตรปกติเค็มมาก มีโซเดียม 1,500 มก. ทำสูตรใหม่ "ลดโซเดียม 40%" จะเหลือโซเดียม 900 มก.

  • ยี่ห้อ Y (สูตรปกติ): มีโซเดียม 850 มก.

จะเห็นว่าสูตรลดโซเดียม 40% ของยี่ห้อ X ยังคงมีโซเดียมสูงกว่าสูตรปกติของยี่ห้อ Y เสียอีก! ดังนั้น % จึงเป็นแค่ตัวดึงดูดความสนใจ ท้ายที่สุดใน วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ที่ถูกต้อง เราต้องเทียบที่ "ตัวเลขมิลลิกรัม" และต้องเทียบในผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันเสมอ เอาน้ำปลาไปเทียบกับซอสปรุงรสไม่ได้ เพราะวิธีใช้ต่างกัน


น้ำตาลและสารอาหารอื่นควรอ่านร่วมด้วยหรือไม่ ?

วิธีอ่านฉลากโภชนาการ สำหรับเครื่องปรุงนั้น ไม่ต้องอ่านทุกบรรทัดเหมือนตอนซื้อนมหรือขนมปัง ให้โฟกัสแค่ 3 จุดหลัก คือ โซเดียม,น้ำตาล,ส่วนประกอบ

  • น้ำตาล: เครื่องปรุงบางชนิดพอลดความเค็มลง ก็แอบเติมน้ำตาลเพิ่มเข้าไปเพื่อชดเชยให้รสชาติยังจัดจ้าน

  • โพแทสเซียมคลอไรด์: หากในส่วนประกอบมีชื่อสารทดแทนความเค็มตัวนี้ ผู้ที่มีปัญหาโรคไตหรือใช้ยาบางกลุ่มต้องระวังเป็นพิเศษ

  • โซเดียมแฝง: สังเกตในส่วนประกอบว่ามี โมโนโซเดียมกลูตาเมต (ผงชูรส)


ทำไมผลิตภัณฑ์ ลดโซเดียมแล้ว ยังต้องควบคุมปริมาณ ?

นี่คือสมการโซเดียมต่อความอร่อยที่ทำร้ายสุขภาพคนทำอาหารมานักต่อนัก

สมมติว่าคุณซื้อซอสที่ลดโซเดียมลง 30% (เหลือโซเดียม 0.7 ส่วน) แต่ซอสนั้นรสชาติอ่อนมาก จนคุณต้องตักใส่เพิ่มจาก 1 ช้อน เป็น 1 ช้อนครึ่ง (1.5 เท่า) ผลลัพธ์คือ 0.7 × 1.5 = 1.05 แปลว่ามื้อนั้นคุณได้รับโซเดียมไป 105% ซึ่ง สูงกว่า การใช้ซอสสูตรปกติ 1 ช้อนโต๊ะ

ดังนั้น แม้จะเป็นเครื่องปรุงลดโซเดียม เราก็ยังต้องตวงปริมาณ และเลือกแบรนด์ที่ดึงรสชาติความกลมกล่อมออกมาได้ดีโดยที่เราไม่ต้องเผลอตักเพิ่ม


Checklist 5 ขั้นตอน สรุปวิธีอ่านฉลากโภชนาการง่าย ๆ ใน 1 นาที

เพื่อความรวดเร็วเวลาไปยืนหน้าชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ต ลองนำ วิธีอ่านฉลากโภชนาการ ทั้ง 5 สเต็ปฉบับมือใหม่นี้ไปใช้ได้เลยครับ:

  1. [10 วินาที] ดูปริมาณต่อช้อน: เช็กว่าหน่วยบริโภคคือ 1 ช้อนชา หรือ 1 ช้อนโต๊ะ (มีกี่ มล.)

  2. [15 วินาที] เช็กปริมาณโซเดียม: ดูว่ามีโซเดียมกี่มิลลิกรัม (มก.) และคิดเป็นกี่ % ต่อวัน

  3. [15 วินาที] เทียบยี่ห้อที่ใช่: ถ้าอยากเปรียบเทียบหลายแบรนด์ ให้ดูที่ปริมาณเท่ากัน (เช่น 1 ช้อนเท่ากัน หรือต่อ 100 มล.)

  4.  [10 วินาที] ดูคำว่า "ลดปริมาณโซเดียม": สังเกตว่าลดจากสูตรปกติกี่ %

  5. [10 วินาที] ส่องน้ำตาลและชื่อแปลก ๆ: ดูปริมาณน้ำตาล และระวังชื่อที่มีคำว่า "โซเดียม" หรือ "โพแทสเซียม" แฝงอยู่


เลือกให้ชัวร์ เลือก Kitchi Sauce

หากคุณกำลังมองหา เครื่องปรุงลดโซเดียม ที่สอบผ่านทุก วิธีอ่านฉลากโภชนาการ และอ่านแล้วสบายใจ ไม่ต้องปวดหัวกับการคำนวณที่ซับซ้อน คิชชี่ซอส (Kitchi Sauce) คือซอสอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง

  • คิชชี่ซอส สูตรต้นตำรับ (ขวดส้ม): ลดโซเดียม 65% (มีโซเดียมเพียง 240 มก./ช้อนโต๊ะ)

  • คิชชี่ซอส สูตรลดน้ำตาล (ขวดเขียว): ลดโซเดียม 58% (มีโซเดียมเพียง 290 มก./ช้อนโต๊ะ) และ ลดน้ำตาล 50% (น้ำตาลน้อยกว่า 1 กรัม/ช้อนโต๊ะ)

ที่สำคัญที่สุดคือ คิชชี่ซอส ไม่ใส่ผงชูรส และ ไม่เติมเกลือโพแทสเซียม ให้คุณมั่นใจในทุกคำที่ทาน ปรุงง่าย ขวดเดียวอร่อยครบโดยไม่ต้องเหยาะขวดอื่นเพิ่ม ช่วยให้การคุมโซเดียมเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ฉลาก GDA หน้าขวด กับฉลากโภชนาการด้านหลัง ต่างกันอย่างไร?

  • A: ฉลาก GDA (หวาน มัน เค็ม) คือฉลากทรงกระบอกด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ที่สรุปข้อมูลพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมแบบดูง่าย ๆ ต่อ 1 ขวด/ซอง หรือต่อ 1 หน่วยบริโภค ส่วนฉลากโภชนาการด้านหลังจะเป็นตารางที่แจกแจงรายละเอียดสารอาหารทั้งหมดอย่างครบถ้วน

  • Q: ทำไมฉลากเครื่องปรุงบางยี่ห้อไม่มีตารางโภชนาการ?

  • A: ผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กมาก ๆ หรือเครื่องปรุงบางชนิดที่ไม่ได้กล่าวอ้างทางโภชนาการ (เช่น ไม่ได้เคลมว่าลดโซเดียม) อาจได้รับการยกเว้นตามกฎหมายเก่า แต่หากมีคำว่า "ลดโซเดียม" กฎหมายบังคับให้ต้องแสดงตารางโภชนาการเสมอ

  • Q: สูตรลดโซเดียม กับ โซเดียมต่ำ ต่างกันอย่างไร?

  • A: ลดโซเดียม หมายถึง ลดลงอย่างน้อย 25% เมื่อเทียบกับสูตรปกติ (ซึ่งอาจจะยังมีโซเดียมสูงอยู่ถ้ายี่ห้อนั้นเค็มมาก) ส่วน โซเดียมต่ำ เป็นคำเคลมที่การันตีว่ามีโซเดียมไม่เกิน 140 มก. ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

BLOG & NEWS

บทความและข่าวสารอื่นๆ

บทความและข่าวสารอื่นๆ

บทความและข่าวสารอื่นๆ