
เรื่องโซเดียมกับสุขภาพเป็นสิ่งที่คนที่ทำอาหารกินเองเริ่มหันมาใส่ใจกันมากขึ้นเวลาเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต เรามักจะเห็นขวดซีอิ๊วหรือซอสที่เขียนว่า "สูตรลดโซเดียม" วางเรียงรายเต็มชั้นวาง แต่คำถามคือ เครื่องปรุงลดโซเดียม คืออะไรกันแน่? แค่หยิบขวดที่มีคำนี้แปลว่าเราปลอดภัยจากความเค็มแล้วจริงหรือเปล่า?
ความจริงก็คือ การมีคำว่าลดโซเดียมบนฉลาก ไม่ได้การันตีว่าโซเดียมในจานของเราจะลดลงเสมอไป หากเรายังไม่เข้าใจวิธีเลือกและวิธีใช้อย่างถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณไปไขข้อข้องใจแบบเพื่อนเข้าครัว ว่าจะเลือกเครื่องปรุงอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ อร่อย และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
เครื่องปรุงลดโซเดียมหมายถึงอะไร ?
ตามเกณฑ์การกล่าวอ้างทางโภชนาการของ อย. คำว่า "ลดโซเดียม" ไม่ได้แปลว่าใช้แล้วจะใส่เท่าไหร่ก็ได้ แต่เป็นการเปรียบเทียบกับสูตรปกติ โดยมีเกณฑ์คร่าว ๆ ที่เราควรรู้จัก 3 ระดับ ดังนี้
ลดโซเดียม: หมายถึง ผลิตภัณฑ์นั้นมีการลดปริมาณโซเดียมลง อย่างน้อย 25% เมื่อเทียบกับสูตรปกติของอาหารอ้างอิงชนิดเดียวกัน
โซเดียมต่ำ: ต้องมีปริมาณโซเดียมไม่เกิน 140 มิลลิกรัม ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
ปราศจากโซเดียม: ต้องมีโซเดียมไม่เกิน 5 มิลลิกรัม ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
ดังนั้น ซอสปรุงรสลดโซเดียม ที่เราเห็นส่วนใหญ่ จะอยู่ในหมวดแรก คือลดลงจากสูตรเดิม หรือ ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันที่วางจำหน่ายทั่ว ๆ ไป (เช่น ลด 40%, 58%, 65%) ซึ่งเรายังคงต้องควบคุมปริมาณการใช้ต่อมื้ออยู่ดี
ทำไมเครื่องปรุงจึงเป็นหนึ่งในแหล่งโซเดียมของอาหาร

คุณรู้หรือไม่ว่า โซเดียมที่คนไทยได้รับโดยเฉลี่ยสูงถึง 3,636 มก./วัน ซึ่งเกินกว่าคำแนะนำที่ 2,000 มก. เกือบ 2 เท่าตัว (อ้างอิงข้อมูลจาก สสส. และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย)
สำหรับบริบทของอาหารไทย แหล่งที่มาของโซเดียมหลัก ๆ ไม่ใช่อาหารแปรรูปแบบฝั่งตะวันตก แต่มาจาก "เครื่องปรุงรสในครัวและบนโต๊ะอาหาร" เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม และผงปรุงรส ซึ่งข้อดีก็คือ มันเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง
โซเดียมโดยประมาณในเครื่องปรุงสูตรปกติ (ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ)
เกลือป่น 2,000 มก. / 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1,200 - 1,500 มก. / 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 900 - 1,200 มก. / 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 900 - 1,100 มก. / 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 400 – 500 มก. / 1 ช้อนโต๊ะ
หมายเหตุ: ปริมาณอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อ
คำว่า ลดโซเดียม ไม่ได้หมายถึง ไม่มีโซเดียม
นี่คือหลุมพรางที่คนทำอาหารลดโซเดียมมักพลาดกันบ่อยที่สุด เรียกว่า กับดักชดเชยรสชาติ ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณซื้อซอสที่ลดโซเดียมลง 40% แต่พอชิมแล้วรู้สึกว่าไม่เค็มถูกปาก จึงเทเพิ่มไปอีก 1 เท่าตัว (ใช้ 2 ช้อนแทน 1 ช้อน) ผลลัพธ์ก็คือ คุณจะได้รับโซเดียมรวมสูงกว่าการใช้ซอสสูตรปกติถึง 20%
ดังนั้น คำว่าลดโซเดียม ไม่ได้หมายความว่า "ไม่มีโซเดียม" ผู้บริโภคทั่วไป รวมถึงผู้ที่ต้องระวังเรื่องโซเดียมเป็นพิเศษ ยังคงต้องนับโควตาโซเดียมว่า ควรกินโซเดียมวันละเท่าไหร่ และตวงปริมาณการใช้ในแต่ละมื้ออยู่เสมอ
เวลาเลือกเครื่องปรุงควรอ่านข้อมูลอะไรบนฉลาก ?
เมื่ออยากรู้ว่า ซอสลดโซเดียม ยี่ห้อไหนดี ให้พลิกดูฉลากด้านหลัง และสังเกตสิ่งเหล่านี้
ปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภค: บางยี่ห้อเขียนโชว์โซเดียมตัวเลขต่ำ ๆ แต่พออ่านดี ๆ หน่วยบริโภคคือ "1 ช้อนชา" ขณะที่อีกยี่ห้อคือ "1 ช้อนโต๊ะ" (1 ช้อนโต๊ะ = 3 ช้อนชา) ดังนั้นต้องปรับฐานให้เท่ากันก่อนเปรียบเทียบเสมอ
ฉลากโภชนาการ: ดูปริมาณโซเดียมสุทธิ (มิลลิกรัม) ต่อการใช้ 1 ช้อน
สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ: เป็นตัวช่วยสแกนเบื้องต้นที่ง่ายที่สุดว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านเกณฑ์โภชนาการที่เหมาะสมแล้ว
อ่านเพิ่มเติม : วิธีอ่านฉลากโภชนาการโดยละเอียด (ฝากลิ้งบทความ4)
ต้องดูเฉพาะโซเดียมหรือควรดูน้ำตาลและส่วนประกอบอื่นร่วมด้วย
เวลาพลิกฉลาก อย่ามองหาแค่คำว่า "โซเดียม" อย่างเดียว เพราะบางครั้งเครื่องปรุงเหล่านั้นอาจซ่อนสิ่งอื่นไว้
น้ำตาลที่เพิ่มขึ้น: บางแบรนด์ลดความเค็มลง แต่ไปเพิ่มความหวานเพื่อชดเชยรสชาติให้ยังคงจัดจ้าน กลายเป็นว่าคุมเค็มได้แต่ได้น้ำตาลพุ่งปรี๊ดแทน
โซเดียมแฝง: ผงชูรสมีโซเดียมประกอบอยู่
โพแทสเซียมคลอไรด์: เครื่องปรุงลดโซเดียมหลายยี่ห้อในท้องตลาด เลือกใช้โพแทสเซียมคลอไรด์มาให้ความเค็มแทนเกลือโซเดียม ซึ่งคนทั่วไปทานได้ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคไต หรือผู้ที่รับประทานยาบางกลุ่ม ร่างกายอาจขับโพแทสเซียมออกได้ยาก จึงต้องระวังสารตัวนี้เป็นพิเศษ
วิธีใช้เครื่องปรุงลดโซเดียมโดยไม่เผลอใช้ปริมาณมากกว่าเดิม
ตวงด้วยช้อนเสมอ: เลิกพฤติกรรมการกะปริมาณด้วยการเหยาะหรือเทจากขวดลงกระทะโดยตรง
ปรุงตอนท้าย: การเติมซอสในขั้นตอนสุดท้ายของการทำอาหาร จะช่วยให้ลิ้นรับรสชาติความเค็มได้ชัดเจนกว่าการใส่ลงไปเคี่ยวตั้งแต่แรก
ใช้รสชาติอื่นช่วย: ใช้รสเปรี้ยว (มะนาว) รสเผ็ด (พริก) หรือเครื่องเทศสมุนไพร เพื่อดึงรสชาติอูมามิ ทำให้เมนูลดเค็มอร่อยกลมกล่อมขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งความเค็มเพียงอย่างเดียว
ให้เวลาลิ้นปรับตัว: งานวิจัยพบว่าต่อมรับรสของเราสามารถปรับตัวให้คุ้นชินกับรสชาติที่เค็มน้อยลงได้ภายในเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์แรก อดทนช่วงแรกนิดนึง ลิ้นเราจะเก่งขึ้นแน่นอน
Checklist 8 ข้อ เลือกเครื่องปรุงลดโซเดียมให้ถูก เช็กก่อนหยิบขวดใส่ตะกร้าและก่อนปรุงอาหาร
ดูโซเดียมต่อหน่วยบริโภค (เทียบที่ช้อนเดียวกัน 1 ช้อนโต๊ะ = 3 ช้อนชา)
ลดโซเดี่ยมกี่ % (ลดโซเดียม ไม่ได้แปลว่าไม่มีโซเดียม)
เช็กน้ำตาลไปพร้อมกัน (บางสูตรลดเค็ม แต่เติมหวานชดเชยรสชาติ)
หาโซเดียมแฝง (ผงชูรส)
มีโพแทสเซียมคลอไรด์ไหม (ผู้ป่วยโรคไตหรือใช้ยาบางกลุ่ม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน)
มองหาสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (ช่วยเทียบได้เร็วขึ้น)
ตวงด้วยช้อน อย่าเทจากขวด (ยิ่งเติมเพิ่ม โซเดียมก็ยิ่งเพิ่ม)
ชิมก่อนเติม ใช้รสอื่นช่วย (เปรี้ยว เผ็ด สมุนไพร ช่วยให้กลมกล่อมโดยไม่ต้องเค็มขึ้น)
Kitchi Sauce ตัวช่วยดี ๆ ที่ทุกครัวต้องมี
หากคุณกำลังมองหา ซอสปรุงรส สูตรลดโซเดียม ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและครอบครัว ขอแนะนำ คิชชี่ซอส (Kitchi Sauce) ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ซอสเดียวปรุงครบ ไม่ต้องปรุงเพิ่ม เป็นซอสอเนกประสงค์ที่ใช้ได้ทั้งผัด หมัก นึ่ง ตุ๋น ย่าง และทำน้ำจิ้มในขวดเดียว ช่วยลดการใช้เครื่องปรุงหลายขวดให้วุ่นวาย แต่ยังได้ทานอาหารที่รสชาติอร่อย กลมกล่อม ลงตัว
คิชชี่ซอส สูตรต้นตำรับ (ขวดส้ม): ลดโซเดียม 65% (มีโซเดียมเพียง 240 มก./ช้อนโต๊ะ)
คิชชี่ซอส สูตรลดน้ำตาล (ขวดเขียว): ลดโซเดียม 58% (มีโซเดียมเพียง 290 มก./ช้อนโต๊ะ) และ ลดน้ำตาล 50% (น้ำตาลน้อยกว่า 1 กรัม/ช้อนโต๊ะ)
ทั้งสองสูตร ไม่ใส่ผงชูรส และ ไม่เติมเกลือโพแทสเซียม ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. / ฮาลาล และเครื่องหมายเครื่องปรุงรสทางเลือกสุขภาพ ให้คุณอร่อยได้มั่นใจ ไม่ต้องแลกกับสุขภาพอย่างแท้จริง
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: เครื่องปรุงลดโซเดียมเหมาะกับผู้ป่วยโรคไตไหม?
A: เครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต หรือ ซอสสำหรับผู้ป่วยโรคไต เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะหลายแบรนด์ใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทนความเค็ม ซึ่งผู้ป่วยโรคไตมักต้องจำกัดโพแทสเซียมด้วย แม้ว่า Kitchi Sauce จะ "ไม่เติมเกลือโพแทสเซียม" แต่ผู้ที่มีโรคไตหรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดโซเดียม/โพแทสเซียม ควรพิจารณาปริมาณสารอาหารจากอาหารทั้งมื้อ และปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคลเสมอ
Q: ผงชูรสมีโซเดียมหรือเปล่า?
A: มี ผงชูรสมีชื่อทางเคมีว่า "โมโนโซเดียมกลูตาเมต" ซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ การเลือกเครื่องปรุงที่ไม่ใส่ผงชูรสจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณโซเดียมแฝงได้
Q: เปลี่ยนมาใช้ซอสลดโซเดียมแล้ว รสชาติอาหารจะเปลี่ยนไปจนไม่อร่อยไหม?
A: ในช่วงแรกที่เริ่มลดความเค็ม ลิ้นอาจจะรู้สึกว่ารสชาติอ่อนลงเล็กน้อย แต่หากเราใช้รสชาติอื่นอย่างความเปรี้ยว เผ็ด หรือเครื่องเทศมาช่วยชูรส และให้เวลาลิ้นปรับตัวสัก 2-3 สัปดาห์ คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับอาหารรสชาติกลมกล่อมได้เหมือนเดิม แถมยังดีต่อสุขภาพระยะยาวด้วย
BLOG & NEWS



